เรื่องของชายคนหนึ่ง

"หลังจากที่ผมล้มลุกคลุกคลานกับเรื่องของความรักมาหลายครั้ง เคยผิดหวังอกหัก หรือทำให้คนอื่นผิดหวัง เรียกได้ว่าเคยพบ เคยเจอ เคยเจ็บแบบที่เราๆ ท่านๆ หลายๆ คนประสบมาแล้วหรือกำลังประสบอยู่นี่แหละ จนกระทั่งวันหนึ่งผมพบกับเธอเข้า

ตอนเริ่มเป็นแฟนกัน ผมก็เหมือนคนอื่นๆ ผมชอบเธอ เธอชอบผม เราชอบกัน คบกันหลายปีจนกลายมาเป็นความรัก และถึงวันแต่งงานที่เรารอคอย เรามีความสุขมาก แม้ว่าจะดูเหมือนเป็นสูตรสำเร็จของความรักที่ทุกคนใฝ่ฝัน .....จนกว่าจะถึงวันนั้น หรืออะไรทำนองนี้

เราโชคดีเพราะพ่อแม่ทั้งสองฝ่ายสนับสนุนท่านเป็นกำลังใจให้เราเสมอมา...เรื่อง ราวของความรักมักจบลงที่ความสวยงามของการแต่งงาน...พระเอกนางเอกแต่งงานกัน... เฮ้..จบ แต่ผมว่าชีวิตจริง มันคนละเรื่องกันเลยครับ...

เมื่อลูกชายคนแรกของเราคลอดออกมาได้เกือบหนึ่งเดือน ผมกับภรรยาเหนื่อยแทบขาดใจ ลูกชายร้องหิวนมเป็นระยะๆ ตลอดคืน แม้ว่าผมจะหยุดงานวันเสาร์อาทิตย์และมีเวลาช่วยเลี้ยงลูกบ้าง แต่ช่วงที่ผมทำงานทั้งห้าวัน ภรรยาผมต้องเลี้ยงลูกอยู่บ้านคนเดียว ทั้งที่เธอพึ่งพักฟื้นหลังคลอดด้วย..."

"วันนั้นผมพยายามสะสางงานให้เสร็จ เพื่อวันต่อๆ ไปในอาทิตย์นั้น จะได้มีเวลาช่วยภรรยาดูแลลูกบ้าง ผมกลับบ้านเย็นไปเล็กน้อย 'ทำไมคุณไม่รีบกลับบ้าน... คุณไม่รู้หรือว่า ฉันเหนื่อยมากแค่ไหน ฉันรู้สึกไม่สบายเลย' ภรรยาผมต่อว่า ผมตอบกลับทันทีว่า 'ผมรีบกลับแล้ว ทำไมคุณต้องอารมณ์เสียด้วย' เธอพูดต่อไปว่า 'ทำไมฉันอารมณ์เสีย คุณไม่เข้าใจเลยรึยังไงว่า ฉันเหนื่อยแค่ไหน...' ผมชักฉุน 'แล้วคุณคิดว่าผมสบาย ผมไม่เหนื่อยรึยังไง ผมทำงานมาทั้งวัน'

ผมเริ่มโกรธที่เธอต่อว่าผมอย่างไม่มีเหตุผล เราต่างก็เหนื่อยกันทั้งคู่ แล้วเธอมาโทษว่าผมผิดได้อย่างไรกัน เราทะเลาะกันอีกพักใหญ่ ผมไม่อยากต่อปากต่อคำกับเธออีก ผมขยับหนีจะออกนอกบ้าน

'นี่คุณ อย่าพึ่งไปเลย ฉันไม่ได้นอนมาทั้งคืน ฉันกำลังรู้สึกแย่เอามากๆ...' ภรรยาพูดกับผม ผมหยุดนิดหนึ่ง ได้ยินเธอพูดว่า 'คุณเป็นคนแบบไหนกัน เวลาที่ฉันดีๆ คุณก็อยากอยู่กับฉัน แต่เวลาที่ฉันแย่ คุณก็หนีฉันไป...คุณอยู่กับฉันเฉพาะเวลาที่ฉันดีๆ เท่านั้นหรือ?' เธอเงียบไป ผมเห็นตาเธอเริ่มแดง น้ำตาไหลคลอเบ้า เสียงเธอสั่น 'ตอนนี้ฉันกำลังแย่ ฉันอยากให้คุณอยู่ด้วย คุณจะอยู่เป็นเพื่อนกับฉันสักหน่อยไม่ได้หรือ อย่าหนีฉันไปไหนเลย' ผมเห็นแววตาที่ขอร้องของเธอ... และเข้าไปกอดเธอ ผมพูดอะไรไม่ออก รู้สึกตีบตันที่ลำคอ... เธอกอดผมสักครู่หนึ่ง แล้วขอบใจที่ผมไม่หนีเธอไป สิ่งที่เธอต้องการจากผมคือกำลังใจนั่นเอง...

ใช่ครับ... เธอพูดถูกที่ว่า ผมมักจะอยู่กับเธอเวลาที่เธอดีๆ เท่านั้น แต่เวลาที่เธอไม่มีความสุข อารมณ์เสีย ผมกลับรับเธอไม่ได้ ผมถอยห่างจากเธอ ผมไม่อยากมีเรื่องกับเธอ... ผมเคยคิดว่าผมเข้าใจดีว่าความรักคืออะไร? จนผมได้ตัดสินใจแต่งงานกับเธอ แต่วันนั้น ผมพบว่า... จริงๆ แล้ว ผมไม่เข้าใจอะไรเลย?"

ชายหนุ่มเล่าเรื่องราวการค้นพบของเขา แม้ว่าวันที่เป็นจุดเปลี่ยนในชีวิตของเขาจะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่สิ่งที่ยังคงอยู่ในจิตใจของเขาทุกวันนี้ คือ "การดำเนินชีวิตบนหนทางแห่งความรัก" เขายังทบทวนชีวิตของเขาอย่างง่ายๆ ว่า วันนี้...เขามีชีวิตอยู่บนหนทางแห่งความรักมากด้วยกาย วาจา และใจมากน้อยเพียงใด

วันใดที่โดยรวมๆ แล้ว... เขามีแนวโน้มที่จะ...ทำอะไรดีๆ แม้เป็นสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ให้กับคนอื่น... ยอมเปิดใจรับฟังคนอื่นด้วยใจกว้าง ชื่นชมในความดีงามของคนอื่น กระทำสิ่งที่ถูกต้อง มีความหวัง มีความเห็นอกเห็นใจ มีความอดทน เห็นแก่คนอื่นมากกว่าเห็นแก่ตัวเองเป็นหลัก วันนั้นเขารู้สึกว่าความทุกข์ในจิตใจของเขามีน้อยลง เกิดความเบิกบานในหัวใจ สบายใจ

รู้สึกว่าชีวิตของตนเองมีความหมายคุ้มกับการเกิดมาเป็นคนกับเขาสักครั้งหนึ่ง และยังทำให้คนอื่นมีความทุกข์น้อยลง มีความสุขความสบายใจมากขึ้น ได้เห็นรอยยิ้ม ได้ฟังเสียง หัวเราะของคนอื่นอีกด้วย... แน่นอน เขาอาจมีความทุกข์ มีปัญหาด้วย แต่ก็ไม่เป็นไร แก้ไขกันต่อไปตามเหตุปัจจัยของปัญหา อย่างสงบและมีสติ

แต่วันใดที่ชีวิตโดยรวมๆ ของเขา...เอนเอียงออกนอกหนทางแห่งความรัก... ขาดความเมตตา ขาดความเห็นอกเห็นใจ ขาดความอดทน เห็นว่าตัวเองถูก คนอื่นผิด เห็นแต่ส่วนเสียของคนอื่น ส่วนดีก็ไม่ค่อยเห็น โกรธ ฉุนเฉียว เอาแต่ใจ เอาตัวเองเป็นใหญ่ เห็นแก่ตัวเอง... ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง วันนั้นเขาจะไม่มีความสุข ไม่มีความสบายใจเลย และยังทำให้คนรอบข้างไม่มีความสุขอีกด้วย...

บางทีมีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นในวันนั้นด้วย แต่กลับมองไม่เห็นคุณค่า มองสิ่งนั้นผ่านเลยไปอย่างน่าเสียดาย เขาเห็นว่าชีวิตของคนเรานั้นสั้นนัก จะทำอะไรให้กันก็รีบๆ ทำเถอะ การอาลัยอาวรณ์เมื่อจากกัน การมาเสียใจกับสิ่งดีที่ไม่ได้กระทำต่อกันในภายหลังนั้นไม่มีประโยชน์อะไร สู้การลงมือทำอะไรให้กันเสียแต่วันนี้เลยจะดีกว่า... เพื่อจะได้จบวันของเราด้วยความสบายใจว่า อย่างน้อยเราก็ทำหน้าที่ของเราเสร็จสิ้นแล้ว...

หลายคนที่ทบทวนชีวิต "บนหนทางแห่งความรัก" แล้ว บอกมาว่า... "รู้แล้วล่ะว่าตัวเองยังขาดหายอะไรไป โดยเฉพาะความพอดี ความสมดุลของชีวิตและความรัก..." เพราะความรักและชีวิตของเราและผู้คนรอบข้างนั้นยิ่งใหญ่กว่าความสำเร็จ ยิ่งใหญ่กว่างาน ยิ่งใหญ่กว่าเงินเป็นไหนๆ...

back to main